บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยไปสหภาพยุโรปเติบโตค่อนข้างดีในช่วง 7 เดือนแรกของปีตามเศรษฐกิจสหภาพยุโรปที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งตลาดส่งออกสำคัญของไทยในสหภาพยุโรปส่วนใหญ่เป็นประเทศเศรษฐกิจหลักของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสหราชอาณาจักร
ขณะที่ในช่วงเวลาที่เหลือของปี คาดว่าการส่งออกของไทยไปตลาดสหภาพยุโรปอาจอ่อนแรงลง เนื่องจากเศรษฐกิจสหภาพยุโรปเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ไม่ชัดเจนนัก อีกทั้งยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการโดยเฉพาะกลุ่ม PIIGS
ขณะที่ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุด 4 อันดับแรกของสหภาพยุโรปและเป็นตลาดหลักในการขับเคลื่อนภาคการส่งออกของไทยในตลาดยุโรปก็มีการคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของทั้ง 4 ประเทศดังกล่าวอาจมีแนวโน้มชะลอตัวลงในครึ่งหลังปี 2553
นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงด้านเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องและแข็งค่ากว่าเงินสกุลอื่นหลายสกุลในภูมิภาคโดยเปรียบเทียบ ก็อาจส่งผลบั่นทอนต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าส่งออกของไทยพอสมควร จึงมีความเป็นไปได้ว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยไปยังตลาดสหภาพยุโรปทั้งปี 2553 อาจเพิ่มขึ้นเพียงประมาณร้อยละ 10-15 จากที่เติบโตสูงถึงร้อยละ 24.1(YoY) ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2553
โดยสินค้าส่งออกของไทยไปยุโรปที่มีแนวโน้มจะต้องเผชิญความยากลำบากในการส่งออกมากขึ้น อาทิ สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นสินค้าที่อาศัยกำลังซื้อและความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจระดับหนึ่ง ขณะที่สินค้าจำเป็นกลุ่มอาหารน่าจะยังขยายตัวต่อไปได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าการแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรปนับจากนี้ย่อมทวีความรุนแรงขึ้นแน่นอน
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรมีการปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดและรูปแบบสินค้า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดยุโรปมากขึ้น
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.