Switch to: uk
24 May 2012 07:59AM

กสิกรไทย" ลุย K SMEs Care เปิดเคล็ดไม่ลับ จับทางโลจิสติกส์

28 Jan 08 ,  Prachachat
  • 0
ภาวะการแข่งขันในภาคธุรกิจที่รุนแรงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรมต่างพยายามดิ้นรนปรับตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ เมื่อภาคธุรกิจเข้มแข็งส่งผลดีต่อสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้
ดังนั้นในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมมือกับสถาบันคีนันแห่งเอเซีย (KIAsia) จัดทำโครงการพัฒนาวิสาหกิจด้าน logistics/ supply chain management workshop โดยการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำปรึกษาฟรีกับลูกค้าของธนาคารจำนวน 14 บริษัท เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพทางด้านกระบวนการดำเนินการ ลดระยะเวลา ขั้นตอน และต้นทุนการดำเนินการ

ผลลัพธ์ของการดำเนินโครงการที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และธนาคารกสิกรไทยมีโครงการจะสานต่อในปี 2551 หรือไม่ "ปกรณ์ พรรธนะแพทย์" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จะมาให้ความกระจ่าง

- ผลของโครงการนำร่องเอสเอ็มอี-โลจิสติกส์

14 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการมีหลากหลายธุรกิจ ประกอบด้วยอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า แพ็กเกจจิ้ง อุตสาหกรรมยาง อุตสาหกรรมอัญมณี และอุตสาหกรรมอาหาร คือ ผักและผลไม้แปรรูป จากการดำเนินการโดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ศักยภาพทางด้าน logistics/supply chain management ทำให้ทราบถึงปัญหาโดยรวม พอสรุปได้ 5 เรื่องหลัก ได้แก่

1.เมื่อเข้าไปดูกิจกรรมการดำเนินงานที่ปรึกษาพบว่ามีกิจกรรมที่ไม่สร้างมูลค่า 11.21% เพราะฉะนั้นถ้าตัดกิจกรรมเหล่านี้ออกไปจะเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กรดีขึ้น

2.หลายบริษัทขาดการสื่อสารภายใน และขาดการบริหารข้อมูลภายใน ทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ค่อนข้างสูง 26% เมื่อเทียบกับบริษัทชั้นนำมีต้นทุนโลจิสติกส์เพียง 5%

4.ความสามารถในการส่งมอบสินค้าได้ทันตามกำหนด (DIFOT) เฉลี่ยประมาณ 90% เทียบกับบริษัทชั้นนำอยู่ที่ 98% 5.ความได้เปรียบในรอบระยะเวลาการชำระเงิน (cash cycle time) 8 วัน เทียบบริษัทชั้นนำ 2 วัน

- แนวทางแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุน

สรุปได้ 4 ข้อหลัก ได้แก่ 1.สามารถลดปริมาณวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปที่ต้องเก็บในกระบวนการทั้งหมด ในการเก็บสต๊อกที่ใช้ในการผลิต พอลดตรงนี้แล้วช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดปริมาณสินค้าคงคลัง ทำให้ปริมาณสินค้าคงคลังมีปริมาณที่เหมาะสม

2.ลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ถ้าลดได้ก็ลดต้นทุนการผลิต สามารถลดขั้นตอนการผลิตที่ไม่จำเป็นออกไปได้

3.สามารถแก้ปัญหาระบบการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยการจัดประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยการผลิตเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการกำหนดเป็นรางวัลจูงใจให้กับพนักงาน ถ้าใครผลิตของเสียได้น้อยจะได้รับรางวัล

4.มีบางธุรกิจส่งมอบสินค้าได้ไม่ทันตามกำหนด สามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ โดยเข้าไปปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต ไปลดระยะเวลา ขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

- มีโครงการต่อเนื่องกับ 14 บริษัท

ไม่ได้มีการทำโครงการต่อเนื่อง เพราะทั้ง14 บริษัทได้รับคำแนะนำไปแล้วว่า ในระยะสั้นควรจะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง กระบวนการทำงานอย่างไร ในระยะยาวควรจะต้องทำอย่างไรอาจต้องไปปรับการบริหารจัดการโดยภาพรวม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

ยกตัวอย่างแผนพัฒนาระยะสั้น เช่น ปรับปรุงการทำงานภายในของบริษัท ทำอย่างไรให้มีความมั่นคงแข็งแรง ส่วนแผนระยะยาวแต่ละบริษัทจะไม่เหมือนกัน จุดประสงค์คือสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ต้องไปปรับตั้งแต่การบริหารจัดการ การสร้างความสัมพันธ์ กับลูกค้า

- นโยบายด้านโลจิสติกส์ที่จะช่วยเอสเอ็มอีปีนี้

จากการทำโครงการพัฒนาวิสาหกิจด้าน logistics/supply chain management เป็นการนำร่องในปีที่ผ่านมา ได้นำมาขยายผล โดยธนาคารต้องการขยายวงกว้างให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์จำนวนมากขึ้น และสามารถ นำความรู้ทางวิชาการที่ได้รับไปใช้ปฏิบัติได้เอง ทางธนาคารจึงได้จัดเป็นรูปแบบงานสัมมนาในหัวข้อ "เคล็ดไม่ลับ จับทางโลจิสติกส์กับ K SMEs Care" โดยแบ่งการจัดงานทั้งหมดเป็น 5 ส่วน ได้แก่ 1.งานสัมมนา 2.แสดงนิทรรศการ 3.โลจิสติกส์คลินิกให้คำปรึกษา 4.business matching 5.reality logistics by K SMEs Careการพาผู้เข้าร่วมงานสัมมนาไปเยี่ยมบริษัทที่เป็นตัวอย่างในการจัดการโลจิสติกส์ที่ดี

- ช่วยขยายรายละเอียดโครงการเสวนา

ทางธนาคารคาดหวังว่าจะมีผู้ประกอบการสนใจมาเข้าร่วมโครงการประมาณ 1,000 ราย โดยจะมีการเลือกเฉพาะ 4 อุตสาหกรรมหลักที่เข้าร่วมโครงการในช่วงแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมยางพารา อุตสาหกรรมอัญมณี และอุตสาหกรรมอาหาร คิดว่ากลุ่มคนที่สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนาจำนวนมากน่าจะเป็น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะจากแนวโน้ม ปี 2551 อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์น่าจะขยายตัวสูง

กำหนดการของโครงการระหว่างวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2551 โดยจัดที่สำนักงานใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย และวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 จะมีการพาผู้เข้าร่วมงานสัมมนาไปเยี่ยมบริษัทที่เป็นตัวอย่างในการจัดการโลจิสติกส์ที่ดี ทั้งนี้ในช่วง 4 วันจะมีการบรรยายเกี่ยวกับภาพรวมปัจจุบัน อนาคตโลจิสติกส์ไทยในแต่ละอุตสาหกรรม จะเชิญผู้เชี่ยวชาญในแวดวงโลจิสติกส์และสภาอุตสาหกรรมมาร่วมงาน อาทิ รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จะมีการนำผู้บริหารของกิจการ 14 บริษัทที่มาเข้าร่วมโครงการมาเล่าถึงความสำเร็จจากการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน จากกรณีศึกษาที่นำมาใช้ปฏิบัติจริง รวมทั้งจะมีบริษัทชั้นนำมาร่วมเสวนาบนเวที เช่น บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย จำกัด นอกจากนี้จะมีการแนะนำเรื่องโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ของธนาคารที่จะนำเสนอ

- จะมีโครงการด้านโลจิสติกส์อะไรช่วยเหลือผู้ประกอบการอีก

จะจัดทำ workshop ต่อสำหรับลูกค้าที่เข้าโครงการ 1,000 ราย ถ้าสนใจโครงการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในเชิงลึก แต่กลุ่มจะเล็กลง สำหรับบริษัทที่ต้องการคำปรึกษาเป็น รายตัว โดยในงานสัมมนาทางธนาคารจะทำ เครื่องมือวิเคราะห์ศักยภาพโลจิสติกส์แจกให้คนที่มาเข้าร่วมสัมมนาจะได้รับแจก CD และคู่มือไปประเมินตัวเองได้ ซึ่งไม่เคยมีองค์กรไหนทำมาก่อน

- ผู้สนใจสมัครต้องเป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยหรือไม่

ไม่จำเป็น เราเปิดกว้าง เป็นหลักการของโครงการ K SMEs Care ที่เราทำตั้งแต่ต้นปี 2550 เราอยากมีส่วนร่วมในการให้การสนับสนุน ผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นลูกค้าของธนาคาร อันนี้สอดคล้องกับแนวคิดของธนาคารในเรื่องมิติใหม่ของการให้บริการที่นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การให้องค์ความรู้กับบริษัทเพื่อให้สามารถทำธุรกิจแล้วเติบโตอย่างยั่งยืน บวกกับการบริการทางด้านการเงินที่ครบวงจรของธนาคารรวมกันแล้ว จะทำให้ธุรกิจเติบโต อย่างไร้ขีดจำกัด

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.