ABC สะท้อนราคาแข่งเวียดนาม
ชัยรัตน์ คงศุภมานนท์ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ASWorld กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีที่ปรึกษาจากธนาคารหลายๆ แห่งเข้ามาให้คำแนะนำ ในเรื่องต่างๆ แต่ผมรู้สึกว่า ทีมที่ปรึกษาด้าน โลจิสติกส์ที่มาให้คำแนะนำครั้งนี้เป็นประโยชน์มากที่สุด
"ก่อนหน้านี้ผมจะมีปัญหาเรื่องการคิดต้นทุน เพื่อกำหนดราคาสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศมาก โดยเฉพาะสินค้าที่เราผลิตเอง คือ ผักและผลไม้อบกรอบ ทอดในระบบสุญญากาศ (vacuum fried) เพราะเราต้องแข่งขันกับเวียดนาม ซึ่งมีราคาวัตถุดิบผัก ผลไม้ และ ค่าแรงงานจะถูกกว่าของไทย ทำให้สินค้าที่วางขายในตลาดต่างประเทศตอนนี้ราคาของเวียดนามถูกกว่าไทยถึง 1 เท่าตัว แล้วเราจะกำหนดราคา ที่เหมาะสมตรงจุดไหนที่ทำให้เราไม่ขาดทุน
สมมติเราซื้อกล้วย 200 บาทต่อกิโลกรัม แต่เวียดนามซื้อกล้วย 50 บาทต่อกิโลกรัม แล้ว ต้นทุนอื่นๆ ภายในกระบวนการผลิตเราไม่ได้ มีการเก็บละเอียด บางขั้นตอนอาจจะมีต้นทุนแฝง ทำให้เราไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริง แต่พอทีมที่ปรึกษาด้านโลจิสติกส์นำเครื่องมือที่สอนการเก็บข้อมูลอย่างละเอียด พร้อมกับสูตรในการคำนวณ มีการแจงตัวเลขต้นทุนออกมาอย่างละเอียดทั้งต้นทุนทางตรงและทางอ้อม ทำให้เห็นต้นทุนชัดเจน และเราจะสามารถปรับลดต้นทุนตรงจุดไหนได้ เพื่อให้เราสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้"
รื้อระบบบัญชีเก็บต้นทุนราย ช.ม.
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิสาหกิจด้าน logistics/supply chain management ค่อนข้างมีข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลา ขณะที่ทางทีมที่ปรึกษาเองต้องการชี้ให้บริษัทเห็นถึงผลของการเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ โดยทำดัชนีชี้วัด KPI ออกมาเลยว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหลังจากปรับปรุงการดำเนินงานแล้ว จึงได้เน้นเฉพาะการทำ "กล้วยกรอบ" ทอดในระบบสุญญากาศ (vacuum fried) โดยการทำงานได้ขอให้ฝ่ายบัญชีที่มีงานประจำเจียดเวลามาสัปดาห์ละครั้งมาร่วมเป็นทีมงาน และเก็บข้อมูล ส่งผลให้ต้องทำตัวเลขทางบัญชี ที่ละเอียดขึ้น
โดยทีมที่ปรึกษาได้แบ่งขั้นตอนการทำกล้วยกรอบออกมาอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่ 1.การรับวัตถุดิบคือ กล้วยหอมเข้ามา 2.จัดเก็บกล้วย 3.การบ่มกล้วย เนื่องจากกล้วยที่จะไปอบกรอบต้องใช้ความหวานธรรมชาติจากกล้วยไม่มีการใส่น้ำตาล จึงต้องใช้กล้วยที่งอม ซึ่งถ้าจะรอให้สุกตามธรรมชาติใช้เวลามาก จึงต้องบ่มให้สุกพร้อมกัน 4.ปอก 5.ล้าง 6.ซอยเป็นแผ่นบางๆ 7.ทอด 8.การจัดเก็บ 9.การบรรจุใส่ผลิตภัณฑ์ รอขาย เป็นต้น
ในแต่ละขั้นตอนจะมีการแยกต้นทุนออกมาอย่างละเอียดเป็นรายชั่วโมง ต่อครั้งที่เริ่มทำกระบวนการจนจบ และมีบางอย่างเฉลี่ยเป็นรายวัน เช่น เรื่องค่าแรงงาน ทั้งค่าแรงทางตรง แต่ละขั้นตอนใช้คนทำงานกี่คน และค่าแรงทางอ้อม ยกตัวอย่างพนักงานระดับหัวหน้างาน 1 คน เงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือน แต่หัวหน้างานเป็นผู้ควบคุมงาน แต่ไม่ได้เข้าไปทำกิจกรรมซอย หั่น ทอดกล้วย แต่ที่ปรึกษาให้เฉลี่ยออกมาเป็นค่าแรงที่ต้องจ่ายเป็นรายวัน สมมติตกวันละ 500 บาท แต่แบ่งเวลางานควบคุมสำหรับการทำกล้วยกรอบ 10% จึงตีค่าแรงออกมาเพียง 250 บาทต่อวัน
เรื่องเวลาในการทำงานนานกี่ชั่วโมง ทั้งการปอก ล้าง ซอย บ่มกล้วย การทอดกล้วย ใช้เวลาเท่าไหร่, เรื่องค่าเสื่อม คิดตั้งแต่ค่าเครื่องจักรในการทอด คิดค่าเสื่อมชั้นที่ใช้วางจัดเก็บสินค้า หารเฉลี่ยคิดค่าเสื่อมอาคารโรงงาน เช่น ประเมินค่าเสื่อม 20 ปีต้องเฉลี่ยออกมาเป็นรายวัน คิดค่าเสื่อมเตาที่ใช้ทอดต่อเตา
การคิดเรื่องวัสดุสิ้นเปลือง เช่น การใช้น้ำมันเตาเป็นพลังงานความร้อนในการทอด และใช้น้ำมันปาล์มสำหรับทอดถือเป็นวัตถุดิบสิ้นเปลือง, มีการคิดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่นำมาบรรจุ เช่น กล้วย 950 ก.ก. ผลิตเป็นกล้วยกรอบได้กี่ขวดพลาสติก ต้นทุนต่อ 1 ขวดเป็นกี่บาท การบรรจุระหว่างถุงกับขวดพลาสติกอะไรมีต้นทุนสูงกว่ากัน
การใช้พื้นที่ในการทำงานทุกขั้นตอนให้คุ้มค่า ทั้งนี้ การคิดคำนวณต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้นำปริมาณกล้วยหอมต่อครั้งที่ใช้เป็นฐานในการคิด เช่น 1 ตันต่อครั้งที่ทอด
ชัยรัตน์บอกว่า เมื่อสรุปข้อมูลออกมาจะเห็นได้ชัดเจนว่า ต้นทุนมากที่สุดอยู่ตรงการทอดกล้วย ซึ่งที่ปรึกษาได้ให้แนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น ทำให้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น, การใช้ประโยชน์จากเครื่องจักรให้เต็มประสิทธิภาพ เพราะยิ่งผลิตมาก ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ ค่าเสื่อมน้อย และการตัดราคาค่าเสื่อมจาก 5 ปีเพิ่มเป็น 10 ปี ให้คิดว่าเครื่องจักรอยู่ได้ 10 ปี ต้องดูว่าถ้าเราคิดอย่างนี้แล้วต้องหาเครื่องจักรที่คงทนอยู่ได้ถึง 10 ปี สมมติเราซื้อเครื่องจากจีน 2 ล้านบาท แต่ถ้าซื้อเครื่องจักรจากญี่ปุ่น 3 ล้านบาท แต่เครื่องจากจีนอยู่ได้ 5 ปี แต่เครื่องจักรจากญี่ปุ่นอยู่ได้ 10 ปี
มีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น และพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่มีอยู่ รวมถึงการนำเศษผักและผลไม้ที่เหลือทิ้ง และขายไม่ได้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการศึกษาวิจัย เช่น การนำเศษผลไม้ชนิดต่างๆ มาผสมกับข้าวพองผลิตเป็นซีเรียลบาร์ หรือการนำกล้วยไปเคลือบช็อกโกแลต รสชาติจะออกมาคล้ายเวเฟอร์ แต่เป็นกล้วยจริงๆ
นอกจากนี้ บริษัทพยายามพัฒนาบุคลากรด้วยการวัดประสิทธิภาพการทำงาน และมีการให้รางวัลเป็นแรงจูงใจสำหรับพนักงานที่มีผลงานดี ปีใหม่ที่ผ่านมามีการเพิ่มเงินเดือนให้ตามผลงาน ไม่ใช่อายุงาน
ผลที่บริษัทได้รับหลังการเข้าร่วมโครงการ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาด้านการผลิต ปัญหาด้านทรัพยากรบุคคล และปัญหาด้านต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูง โดยมีวิธีการวิเคราะห์ต้นทุนแบบฐานกิจกรรม (actives based costing) คือ การจัดระบบเอกสารและฐานข้อมูลที่จำเป็นในการบริหาร กำหนดนโยบาย และแผนงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์จัดเก็บข้อมูล
"ก่อนหน้านี้เราไม่ทราบว่า ทำไมต้องมาคิดคำนวณทุกอย่าง เพิ่มขั้นตอน แต่เป็นผลดีให้เราในการปรับต้นทุน และการใช้พื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่าที่สุด" ชัยรัตน์กล่าวทิ้งท้าย
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.