นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TF บริษัทในเครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ "มาม่า" เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแห่งใหม่ในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า คู่กับบริษัท สหโคเจน จำกัด บริษัทในเครือสหพัฒน์ ที่จะเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้กับรัฐบาลพม่า ขณะเดียวกันจะนำพลังงานไอน้ำที่ได้จากโรงงานไฟฟ้ามาใช้ผลิตบะหมี่ฯ ด้วย โดยขณะนี้ยังไม่สามารถประมาณการเงินลงทุนได้ เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเลือกลงทุนที่ใดระหว่างย่างกุ้งและมัณฑะเลย์
"การลงทุนในพม่า จะเป็นการเช่าที่ดินระยะยาว 60 ปี โดยเดินทางไปดูที่ดินที่ย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ ในต้นเดือนมกราคม ซึ่งเบื้องต้นพบว่า ราคาที่ดินที่ย่างกุ้งเฉลี่ย 3 ล้านบาทต่อไร่ ขณะที่ราคาที่ดินที่มัณฑะเลย์เฉลี่ย 2 แสนบาทต่อไร่ สำหรับการเช่านาน 60 ปี โดยปัจจุบันมาม่ามีโรงงานอยู่ 1 แห่งที่ย่างกุ้ง มีเครื่องจักร 6 เครื่อง มีกำลังการผลิตเพียง 30,000 หีบต่อเดือนไม่เพียงพอกับความต้องการ อีกทั้งขณะนี้พม่ามีแผนจะเปิดประเทศ ทำให้มองเห็นโอกาสในการขยายตลาด จึงเตรียมตั้งโรงงานแห่งใหม่ขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปได้ในเร็วๆ นี้ และใช้เวลาดำเนินการก่อสร้าง 10 เดือน" นายพิพัฒ กล่าวและว่า
การเดินทางไปพม่าพร้อมนายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อไปดูโรงงานบะหมี่ฯ ที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งดูโรงงานอื่นๆในเครือสหพัฒน์ และจะเดินทางต่อไปยังมัณฑะเลย์ เพื่อดูที่ดินสำหรับการลงทุนโรงงานแห่งใหม่
นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนลงทุนตั้งโรงงานแห่งใหม่ที่ประเทศบังกลาเทศ ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานอยู่ 1 แห่ง แต่กำลังการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ อีกทั้งบริษัทมีแผนจะขยายตลาดไปยังประเทศอินเดีย ซึ่งมีจำนวนประชากรมาก และเป็นตลาดที่ใหญ่ หากได้รับสิทธิประโยชน์ตามข้อตกลงด้านภาษีระหว่างบังกลาเทศกับอินเดีย โดยการลงทุนโรงงานใหม่นี้ คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 100 ล้านบาท และเป็นการร่วมทุนระหว่างทีเอฟ 55% สหพัฒน์ 10% และนักธุรกิจชาวบังกลาเทศ 35% ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานได้ในเดือนมีนาคม - เมษายนนี้ ส่วนการขยายการลงทุนในกัมพูชา อยู่ระหว่างการศึกษาถึงความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องด้วย
นายพิพัฒ กล่าวอีกว่า ด้านแผนการลงทุนในประเทศ บริษัทเตรียมเงินลงทุน 500 ล้านบาท สำหรับการลงทุนตั้งโรงงานผลิตแป้งสาลี ที่จังหวัดระยอง บนพื้นที่ 70 ไร่ ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง TF 60% กลุ่ม Kerry (กลุ่มธุรกิจอาหาร) เครือแชงกรีลา 30% และ เพรสซิเดนท์ เบเกอรี่ (ผู้ผลิตฟาร์มเฮ้าส์) 10% โดยเฟสแรกเริ่มก่อสร้างในปี 2555 แล้วเสร็จปี 2556 มีกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะไม่เพียงพอต่อการผลิตของบริษัท จึงมีแผนลงทุนเฟส 2 ทันทีเมื่อเต็มกำลังการผลิตในเฟสแรก นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายกำลังการผลิตด้วยการซื้อเครื่องจักรผลิตบะหมี่ฯ ถ้วย 1 เครื่อง และเครื่องจักรผลิตบะหมี่ฯ ซอง อีก 2 เครื่อง สำหรับโรงงานที่ศรีราชาด้วย
"ที่ผ่านมาบริษัทมีปัญหาด้านราคาของแป้งสาลี ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตบะหมี่ฯ ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาด้านต้นทุนวัตถุดิบได้แล้ว บริษัทยังมีกำไรจากการประหยัดค่าขนส่งด้วย"
ทั้งนี้ในปี 2555 บริษัทเน้นการลงทุนในต่างประเทศมากกว่าประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันตลาดบะหมี่ฯ ในประเทศอยู่ในภาวะอิ่มตัว มีปริมาณการบริโภคเฉลี่ยกว่า 39 ซองต่อคนต่อปี ใกล้เคียงกับประเทศที่นิยมบริโภคบะหมี่ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฯลฯ ซึ่งมีการบริโภคเฉลี่ย 40 ซองต่อคนต่อปี ทำให้โอกาสในการขยายตลาดมีน้อย กลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ จึงประกอบไปด้วย 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. การรุกทำตลาดบะหมี่ฯ ชนิดถ้วยแทน ซึ่งมีราคาสูงกว่า เพื่อเพิ่มยอดขายขณะที่ปริมาณการบริโภคเท่าเดิม 2. การพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด โดยเน้นไปที่สินค้าที่มีนวัตกรรม มีคุณภาพ และราคาแพงขึ้น เช่น บะหมี่ฯ ยี่ห้อออเรียนเทล คิทเช่น , มาม่า ราเมน เป็นต้น 3. การขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมาม่า ส่งออกไปยัง 50 ประเทศทั่วโลก และหากประเทศใดให้การตอบรับที่ดี มีศักยภาพบริษัทจะเข้าไปลงทุนตั้งโรงงาน เช่น กัมพูชา , พม่า , บังกลาเทศ เป็นต้น
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปี 2555 ตั้งเป้าที่จะมียอดขายมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากในปี 2554 ที่มียอดขายกว่า 9,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 12% แบ่งเป็นยอดขายในประเทศกว่า 7,300 ล้านบาท และยอดส่งออกกว่า 1,700 ล้านบาท โดยในปี 2555 ซึ่งบริษัทรุกทำตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาท
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.