Switch to: uk
24 May 2012 12:13PM

PTTPM-โลตัส-มิชลินรื้อระบบ ใช้ K-Supply Chain Solutions ต่อยอดธุรกิจ

13 Mar 08 ,  Prachachat
  • 0
ปกติการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จะวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของลูกค้าเป็นรายๆ ไป สิ่งที่เกิดขึ้นหลายครั้งลูกค้านำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ไปซื้อหุ้น ซื้อรถยนต์ ทำให้เกิดปัญหามีผลกระทบกลับมาที่ผู้ค้าหลักไม่ว่าทางตรงและทางอ้อม

การปล่อยสินเชื่อแก้ปัญหาไม่ได้ตรงจุด ยังมีช่องว่างการซื้อขายของระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพราะผู้ซื้อของพยายามซื้อของด้วยเทอมการชำระที่ยาวที่สุด ขณะที่ ผู้ขายของพยายามให้เทอมชำระเงินสั้นที่สุด

หลายคนอยากขายของได้ปริมาณแต่ต้องควบคุมวงเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยง และเพื่อบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ บริษัท ปัจจุบันช่องทางการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมีข้อจำกัดพอสมควร หลายครั้งผู้ขายของอาจจะใช้แบงก์การันตี โดยให้ผู้ซื้อนำแบงก์การันตีมาวาง แต่ในทางปฏิบัติการไปขอแบงก์ การันตีจากฝั่งผู้ซื้อเป็นไปไม่ได้

ดังนั้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ทางการเงินขึ้นมาตอบโจทย์ด้วยบริการสินเชื่อ "K-Supply Chain Solutions : Setter Together" ซึ่งเป็นสินเชื่อเครือข่ายธุรกิจเพื่อเพิ่มความคล่องตัวด้านการเงินและธุรกิจให้แก่ผู้ค้ารายใหญ่ (sponsor) ผู้ขาย (supplier) และผู้ซื้อ (buyer) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) และได้มีการเปิดตัวบริการไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย พร้อมกับการเชิญลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารหลายร้อยคนเข้าร่วมงาน

"K-Supply Chain Solutions : Setter Together" มีโครงสร้างผลิตภัณฑ์ถึง 3 ประเภท ได้แก่ 1.สินเชื่อเครือข่ายธนกิจเพื่อผู้ขายกสิกรไทย (K-Supplier Financing) 2.สินเชื่อเครือข่ายธนกิจเพื่อ ผู้ซื้อกสิกรไทย (K-Buyer Financing) และ 3.ผลิตภัณฑ์รับซื้อลูกหนี้การค้า กสิกรไทย (K-Receivable Solutions) โดยแบงก์จะเข้าไปเป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายให้ทุกฝ่ายเกิดประโยชน์สูงสุด ผู้ซื้ออาจไม่เคยเป็นลูกค้าแบงก์ แต่มีประวัติค้าขายกับผู้ค้ารายใหญ่นาน แบงก์วิเคราะห์เครดิตง่ายขึ้น ความเสี่ยงทั้งระบบลดลง

โลตัสประเดิมซัพพลายเออร์ 5 พันราย

สินเชื่อเครือข่ายธนกิจเพื่อผู้ขาย กสิกรไทย (K-Supplier Financing ) คือ สินเชื่อที่ให้กับซัพพลายเออร์ของคู่ค้าหลัก ถ้าผู้ค้าหลักเป็นลูกค้ารายใหญ่มีเครดิตดี ซัพพลายเออร์จะได้อานิสงส์ของเครดิตตัวนี้

วงเงินสินเชื่อที่แบงก์จะให้ต่อเมื่อซัพพลายเออร์มีการส่งของให้กับผู้ซื้อ และผู้ซื้อจะยืนยันว่าได้รับของเรียบร้อยกับทางธนาคาร ทางซัพพลายเออร์ถึงจะสามารถมาขอเงินกู้ได้ ผู้ซื้อของจะจ่ายเงินสดมาที่ธนาคาร

ประโยชน์ของสินเชื่อรูปแบบนี้ ซัพพลายเออร์ที่เป็นเอสเอ็มอีเมื่อก่อนกู้เงินได้ดอกเบี้ย MOR + หรือต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งมีปัญหาว่าหลักทรัพย์เติบโตไม่ทันธุรกิจที่เติบโต แต่ซัพพลายเออร์ไฟแนนซิ่งสามารถให้ระบบสินเชื่อที่เจริญเติบโตไปพร้อมกับวอลุ่มที่ซัพพลายเออร์ส่งของให้คู่ค้าหลักได้ ด้วยหลักประกันที่น้อย หรือบางครั้งไม่มีเลย

ส่วนทางด้านดอกเบี้ย เมื่อธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ด้วยการรอเงินจ่ายจากผู้ค้าหลัก ความเสี่ยงเครดิตของซัพพลายเออร์จะลดลง ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อในราคาที่ถูกลงได้

ขณะที่ฝั่งลูกค้ารายใหญ่ ถ้าซัพพลายเออร์มีปัญหาด้านการเงินส่งของไม่ได้ ส่งผลการผลิตสะดุด ถ้าแบงก์ปล่อยสินเชื่อให้ซัพพลายเออร์เติบโตไปพร้อมกับผู้ค้าหลักได้ จะทำให้ระบบธุรกิจราบรื่น

สำหรับต้นทุนทางการเงินที่ธนาคารคิดกับซัพพลายเออร์ค่อนข้างต่ำ มีผลทางอ้อมต่อราคาสินค้าที่ขายให้ผู้ค้าหลัก ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างซัพพลายเออร์และคู่ค้าหลัก

ล่าสุด บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (Tesco Lotus) ได้เข้าใช้บริการสินเชื่อนี้ ปัจจุบันเทสโก้มีซัพพลายเออร์ 5,000 กว่าราย โดยนำระบบ K-eSCF เข้ามาช่วยสร้างแพลตฟอร์มของซัพพลายเออร์ พอซัพพลายเออร์ส่งของให้เทสโก้เรียบร้อยแล้ว เทสโก้จะส่งข้อมูลทั้งหมดมาทางอินเทอร์เน็ต แล้วแบงก์จะนำข้อมูลเหล่านี้ส่งให้ซัพพลายเออร์แต่ละคนเองว่า ซัพพลายเออร์เริ่มส่งของเมื่อไหร่ จำนวนเท่าไหร่

เมื่อซัพพลายเออร์แต่ละรายเข้ามาส่งของ แบงก์จะโอนเงินเข้าบัญชีให้ภายในวันเดียวกันทันทีที่มีการส่งของ

ส่วนแบงก์จะรอเทสโก้จ่ายเงินเข้ามาภายใน 30-60 วัน แบงก์มาช่วยรับความเสี่ยงระดับหนึ่ง แบงก์สามารถควบคุมการเบิกเงินต้องเกิดจากการซื้อขายของจาก ผู้ค้าหลักเท่านั้น

แบงก์ไม่ได้วิเคราะห์การให้สินเชื่อแบบเป็นรายบริษัท แต่เป็นการวิเคราะห์ตลอดเชนมากขึ้น ต้องมีการแชร์ความเสี่ยงกัน บางรายไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และได้ดอกเบี้ยต่ำ เมื่อผู้ซื้อมีเงินหมุนเวียนเพียงพอสามารถซื้อของได้มากขึ้น ผู้ค้าหลักไม่ต้องแบกความเสี่ยง

มิชลินดึงดีลเลอร์ 3 พันรายเข้าระบบ

PTTPM ใช้ทั้งเอเย่นต์และลูกค้าเอเย่นต์

ทางด้านบริษัท สยามมิชลิน จำกัด ผู้ผลิตยางรถยนต์ได้ใช้บริการสินเชื่อ เครือข่ายธนกิจเพื่อผู้ซื้อกสิกรไทย (K-Buyer Financing) ให้กับด้านดีลเลอร์หรือผู้แทนจำหน่าย โดยแบงก์ปล่อยเงินให้ดีลเลอร์ตามความเหมาะสม รูปแบบของการทำธุรกรรมคือ แบงก์กวาดอินวอยซ์ทั้งหมดขึ้นระบบให้ดีลเลอร์แต่ละรายเห็น และเก็บ อินวอยซ์แต่ละตัวเพื่อชำระเงินให้มิชลินผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับดีลเลอร์ด้วย โดยดีลเลอร์อาจเข้ามาในระบบแล้วเลือก ตัดบัญชีได้ ถ้าเงินในบัญชีเพียงพอจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ในแง่ของมิชลินจะได้รับเงินพร้อมกับอินวอยซ์ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการทำธุรกิจ หน้าจอที่ปรากฏทางมิชลินสามารถตรวจสอบวงเงินและยอดการใช้วงเงินของลูกค้าแต่ละรายได้เป็นรายวัน

ขณะที่ บริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (PTTPM) ผู้แทนจำหน่ายเม็ดพลาสติกในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาใช้บริการทั้ง 2 ฝั่ง คือ ระหว่าง PTTPM กับเอเย่นต์ เมื่อมีการซื้อขายของกัน แบงก์เข้าไปปล่อยสินเชื่อให้เอเย่นต์ในการซื้อของจาก PTTPM และขณะเดียวกันแบงก์ให้สินเชื่อกับลูกค้าของเอเย่นต์ด้วย เรียกว่าตั้งแต่ต้นน้ำยัน ปลายน้ำ

ระหว่าง PTTPM กับเอเย่นต์นั้น ตัวเอเย่นต์มีปัญหาว่า อยากขายของไปให้ลูกค้าหลายราย แต่มีความเสี่ยงเงินทุนหมุนเวียนมีน้อย หากมีลูกหนี้ไม่ดีจะมีปัญหาทางด้านการเงิน แบงก์จึงเข้าไปทำโครงสร้างกับเอเย่นต์ทั้งห่วงโซ่

ทำให้ความเสี่ยงของทั้งห่วงโซ่ลดลง ต้นทุนทางการเงินทั้งห่วงโซ่ลดลง และขายของได้มากขึ้น ธุรกิจเริ่มดำเนินไปอย่าง ราบรื่น เติบโตอย่างรวดเร็วในความเสี่ยงที่บริหารควบคุมได้

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.