Switch to: uk
24 May 2012 12:17PM

"พาณิชย์" เร่งคลอด กม.ส่งเสริม LSP ตั้งกองทุนพิเศษอุดหนุนสู้ต่างประเทศ

08 Apr 08 ,  Prachachat
  • 0
เมื่อเร็วๆ นี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งได้รับ งบประมาณจากกระทรวงอุตสาหกรรม มาจัดทำโครงการภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ได้จัดงาน "SMEs Logistics Clinic Day ปีที่ 2" ที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทาราแกรนด์ พร้อมกับจัดงานเสวนาเรื่อง "โลจิสติกส์ไทย การเชื่อมโยงแผนพัฒนา ปัจจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปี"51" โดยมีวิทยากรจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

Single Window Entry เสร็จปลายปีนี้

นายสุริยนต์ ธัญกิจจานุกิจ ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงประเด็นแผนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่บรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ที่ภาครัฐจะนำมาช่วยเหลือ ผู้ประกอบการภาคเอกชนโดยเฉพาะ SMEs ว่าจริงๆ แล้วเรื่องโลจิสติกส์ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะ SMEs แต่มีประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า ต้องบอกว่าการพัฒนายุทธศาสตร์โลจิสติกส์ไทยมีตั้งแต่ 1.ภาคการผลิต การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตโดยเฉพาะในส่วนของโรงงาน การค้า และในส่วนของสถานประกอบการทุกภาคส่วน 2.ยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสนับสนุนเครือข่ายขนส่งและโลจิสติกส์ ศูนย์กระจายสินค้าต่างๆ มีประเด็นหลักที่รัฐพยายามเปลี่ยนคือ การขนส่งจากทางรถมาเป็นทางน้ำทางรางมากขึ้น ซึ่งกระทบในวงกว้าง

3.ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ผู้ดูแล รับผิดชอบคือ กระทรวงพาณิชย์ ถ้าหากว่า โลจิสติกส์มีแต่เครือข่าย ผู้ให้บริการไม่มี ประสิทธิภาพก็ไปไม่ได้ 4.เรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้า การส่งออก กระบวนการเอกสารต้องเอื้อผู้ประกอบการได้รับความสะดวกมากที่สุด ใช้ต้นทุนและเวลาน้อยที่สุด ซึ่งแผนงานหลักมีหลายโครงการทางด้านเครือข่าย เช่น E-logistices ที่ให้กระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศฯ (ไอซีที) ดำเนินการออกแบบและกรมศุลกากรเป็นผู้ปฏิบัติ ประมาณปลายปีนี้ไทยจะมี single data set เป็นข้อมูลการนำเข้าส่งออกของไทย หน่วยงานต่างๆ 28 กรมดำเนินการอยู่จะเหลือชุดเดียว เอกสารที่เคยกรอกเพื่อส่งออก 100 รายการจะเหลือเพียง 10 รายการ ทั้งนี้ใน ปี 2552 จะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

5.เรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนาคน เป็นกลไกการปกป้องและพัฒนาโลจิสติกส์ของ SMEs มากที่สุด กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับงบประมาณมาแล้วให้สภาอุตฯมาดำเนินการ ตรงนี้มีระบบข้อมูลสำหรับ SMEs ผู้ประกอบการจะต้องกระตือรือร้นเปิดดูคู่มือนำไปใช้ ส่วนเรื่องขนส่งถือว่าผู้ประกอบการได้รับประโยชน์เป็นผลพลอยได้

เรื่องของ single window entry เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เอกสารที่ลดเหลือชุดเดียว เวลาขอออกเอกสารจะลดต้นทุนได้มาก และเรื่องความสามารถของบุคลากร กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมี งบประมาณ 20 ล้านบาท ในปีนี้มาอบรมทางด้านโลจิสติกส์แก่กลุ่มเป้าหมายใน 10 อุตสาหกรรม รวมทั้งมีการอบรมคนขับรถบรรทุกในปี 2551-2552

สำหรับประเด็นการปรับตัวรับมือราคาน้ำมันที่ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ นาย สุริยนต์กล่าวว่า ถ้ามองในแง่โลจิสติกส์การปรับเปลี่ยนของภาคเอกชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่ง รวมทั้งเรือได้ปรับปรุงเครื่องยนต์และใช้พลังงานทดแทน เช่น ก๊าซ NGV เพิ่มขึ้นจน ปตท.เพิ่มสถานีเติมก๊าซไม่ทัน ในส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่สั่งซื้อหัวรถจักรจากต่างประเทศเพิ่มเพื่อรับกับนโยบายของภาครัฐในการปรับเปลี่ยนโหมดการขนส่งจากทางถนนเป็นทางราง ทางเรือ จะมาถึงไทยในอีก 18 เดือนข้างหน้า ส่วนเรือขนส่งลำน้ำที่ใช้ก๊าซ NGV ของภาคเอกชน ในเร็วๆ นี้จะมีมาเสริมอีก 24 ลำ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขนส่งข้าวหรือสินค้าอื่นๆ จากภาคกลางตอนบนขนส่งมายังท่าเรือ แหลมฉบังได้ เหล่านี้ถือเป็นเรื่องมหภาค

สำหรับในระดับสถานประกอบการเอกชน เมื่อ 2 ปีที่แล้วกระทรวงพาณิชย์เคยร่วมมือกับสภาวิศวกร ทำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (best practise) เรื่องการบริหารจัดการขนส่งเพื่อการประหยัดพลังงานมี 4 แนวทาง ต่อมาเรื่องการให้รถขนส่งวิ่งด้วยความปลอดภัยและประหยัดน้ำมันมากกว่านี้ จึงจัดอบรม คนขับรถบรรทุกซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศกว่า 1 ล้านคน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาการเชิญคนขับรถบรรทุกมาอบรมยากมาก เพราะ เถ้าแก่ไม่ให้มา ทางแก้คงต้องมีการรวมกลุ่มคนขับแล้วนัดหมายกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมในแต่ละจังหวัดแทนต่อไป

"พาณิชย์" ขนกฎระเบียบการค้า

โชว์บนเว็บไซต์

นายจักรกฤษ ดวงพัสตรา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมธุรกิจบริการโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรับผิดชอบดูแลธุรกิจการให้บริการ โลจิสติกส์กล่าวว่า การส่งออกและ โลจิสติกส์จะต้องเดินไปด้วยกัน ถ้าไม่มี โลจิสติกส์ก็ส่งออกไม่ได้ ในส่วนของผู้ประกอบการ SMEs มักประสบปัญหาคือการเข้าถึงข้อมูลด้านกฎระเบียบทางการค้า กรมจะจัดทำเว็บไซต์กลางขึ้นมาให้ความรู้ ซึ่งพอจะช่วยได้โดยเฉพาะกฎระเบียบการ ส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านหรือจีน กรมจะรวบรวมกฎระเบียบทางการค้าของประเทศเหล่านี้มาให้ ป'จจุบันผู้ประกอบการส่งออกไปลาว เวียดนาม จีนมากขึ้น

สำหรับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (logistics service provider : LSP) ของไทย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการ SMEs ขนาดกลางและเล็ก ที่ผ่านมาธุรกิจนี้ไม่มีใครเหลียวแล กระทรวงพาณิชย์ก็พยายามเอา LSP ไทยไปพบปะกับนักธุรกิจ LSP ใน ต่างประเทศ พยายามสร้างกลไกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยเฉพาะการแก้ปัญหา รถเที่ยวเปล่าต้องมีสินค้าขากลับจะได้ไม่ต้องไปขอเพิ่มราคาขนส่งที่สูงเกินไป

กระทรวงพาณิชย์จึงกำหนดวัตถุประสงค์ใหม่คือ ตั้งบริษัทกลางขึ้นมาร่วมทุนกันระหว่างผู้ซื้อผู้ขายบริการ

ส่วนผู้ใช้บริการคือ ผู้ส่งออก ผู้ผลิตพืชผักผลไม้ ท่าเรือโลจิสติกส์ซึ่งตนดูแลเรื่องการส่งออกผักผลไม้ อย่างผลไม้ที่จันทบุรีปัญหาที่พบมากคือ ผู้ประกอบการจะส่งออก จะจองระวางเรือสัปดาห์หน้า ปรากฏว่าเรือเต็มเพราะมีคนอื่นจองไว้หมดแล้ว ฉะนั้นเรื่องนี้อย่ามัวแต่ผลิตอย่างเดียว ต้องวางแผนเรื่องระบบขนส่งไปขาย ต่างประเทศด้วย

ในด้านการส่งออกผู้ประกอบการ SMEs ควรรวมออร์เดอร์ อาศัยปริมาณมากในการส่งออกหรือทำสัญญาระยะยาวกับสายการบิน สายการเดินเรือ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกเพราะรู้ต้นทุนล่วงหน้า สามารถกำหนดราคาขายได้เลย เป็นการทำความไม่แน่นอนให้แน่นอน

นอกจากนี้ ในเรื่องเส้นทางสู่ต่างประเทศ ไทยมีเส้นทางยุทธศาสตร์ 2 เส้นคือ เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจจากฝั่งตะวันตกในพม่ามายังเส้นทางฝั่งตะวันออก จากพม่าผ่านไทยที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ผ่าน จ.มุกดาหารข้ามไปฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่สะหวันนะเขตผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวันเซโน วิ่งไปเมืองเว้และดานังของเวียดนาม สามารถส่งสินค้าเข้าฮานอยและจีนตอนใต้ที่มณฑลกวางสีได้ ถ้าใครเคยไปตอนนี้จะพบว่ามีสินค้าไทยมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว

อีกเส้นทางหนึ่งที่น่าสนใจคือ เส้นทาง R 3 a จากคุนหมิง มณฑลหยุนหนานผ่าน สปป.ลาวมาที่เชียงรายของไทย เส้นทางนี้ที่เปิดไปแล้วเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ SMEs ไทยไปลงทุนไว้มากแถบแขวงหลวงน้ำทาของ สปป.ลาว

เร่งคลอด กม.ส่งเสริม LSP

สำหรับประเด็นมาตรการการช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อให้ผู้ประกอบการมีต้นทุน สู้กับคู่แข่งต่างประเทศได้นั้น นายจักรกฤษกล่าวว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ กำลังร่างกฎหมายเพื่อ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของผู้ให้บริการ โลจิสติกส์ หรือ LSP ซึ่งจะมีมาตรการช่วยเหลือทางด้านการลงทุน การช่วยเหลือการเงินและภาษี จะทำให้ LSP มีต้นทุนดำเนินการต่ำลง LSP สามารถเอาสินค้าไปค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อได้ มีการตั้งกองทุนพิเศษในการอุดหนุน มีมาตรการในการรองรับสถานะหรือส่งเสริมมาตรการทางด้านการตลาด เช่น หากผู้ส่งออกสินค้าในราคา CIF (ราคาสินค้าบวกค่าระวางและ ค่าประกันภัย) แก่ลูกค้าต่างประเทศแล้วใช้บริการ LSP ที่รัฐสนับสนุน ผู้ส่งออกก็จะ ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้ผู้ประกอบการ SMEs ทั้งที่เป็น LSPและไม่ได้เป็น LSP เมื่อจะนำระบบโลจิสติกส์มาใช้ในธุรกิจควรคำนึงถึง 1.ต้องช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุดก่อน การรอภาครัฐมาช่วยอาจไม่ทันการ 2.การนำโลจิสติกส์มาใช้ต้องหาจุดแข็ง จุดอ่อนของกิจการให้ได้ว่าเป็นของแท้หรือของเทียม 3.ทำธุรกิจโลจิสติกส์ให้ถูกต้องทั้ง 7 ข้อ อาทิ การมีข้อมูลที่ดีและวางแผนไว้ดี การมีวัตถุดิบที่ดี การมีต้นทุนในการผลิตหรือบริการได้ต่ำ เป็นต้น

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.