เป้าหมายของโซ่อุปทาน คือ การสร้างสรรค์สินค้าและบริการให้กับลูกค้าอย่าง ยั่งยืน หมายถึงสามารถขายสินค้าและบริการให้กับลูกค้าได้ตลอด ถึงแม้ว่าความต้องการของลูกค้าจะเปลี่ยนไป หรือสามารถขยายตลาดออกไปได้อีก
การตั้งเป้าหมายให้โซ่อุปทานเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าเป้าหมายของโซ่อุปทาน จะต้องเป็นเป้าหมายของสมาชิกทุกคนใน โซ่อุปทานด้วย แต่ทุกคนก็อาจจะมีข้อจำกัดในความสามารถในการที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นไม่เหมือนกัน
การพัฒนาตนเองเพื่อให้ได้บรรลุถึงเป้าหมายนั้นเป็นสิ่งที่สมาชิกในโซ่อุปทานต้องคำนึงถึงและพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา การพัฒนาความสามารถของสมาชิกในโซ่อุปทานก็มีระดับที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของคุณค่าที่กำหนดอยู่ในโซ่คุณค่า
ดังนั้นการทำงานร่วมกันพัฒนาไปด้วยกันเพื่อไปสู่เป้าหมายของโซ่อุปทานเดียวกันจึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการทำให้โซ่อุปทานอยู่ได้อย่างยั่งยืน
หาจุดที่เหมาะสมเพื่อประสานความขัดแย้ง
ที่ไหนมีคนมากขึ้น ปัญหาก็มากขึ้น ประเด็นนี้จริงเสมอ แต่ถ้าทุกคนในทีมหรือในโซ่อุปทานได้รับการตอบสนองตามที่ต้องการ ปัญหาก็ไม่มี
เพราะมีการไหลในสิ่งที่ทุกคนต้องการ เมื่อมันไม่ไหลมาตามที่ต้องการ ปัญหาก็เกิดขึ้น
ปัญหาก็คือการไม่ไหลของทรัพยากรหรือสิ่งที่ต้องการหรือไม่ก็ไหลมามาก เกินไป ผู้นำหรือผู้ที่เข้ามาจัดการก็ต้องทำให้ทุกอย่างนั้นเกิดการไหลไปตามที่ต้องการ
ลองสังเกตดูว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น กับเครื่องจักร คือวัตถุดิบในองค์กรหรือโซ่อุปทานหรือประเทศก็เกิดจากการ ไหลแทบทั้งสิ้น
ดังนั้นการจัดการให้เครื่องจักร ชีวิต คนเรา องค์กร โซ่อุปทานหรือแม้กระทั่งประเทศ จะต้องทำให้เกิดการไหลของ องค์ประกอบต่างๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายของสิ่งเหล่านั้น
แต่บางครั้งองค์ประกอบต่างๆ ก็มีข้อจำกัดของตัวเองที่ไม่สามารถสนับสนุน เป้าหมายรวมได้
การจัดการโซ่อุปทานไม่ใช่แค่จับเอา ผู้เล่นหรือสมาชิกของโซ่อุปทานมารวมตัวกันเชิงกายภาพเท่ากันเท่านั้น แต่จะต้องเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น รวมถึงความสามารถและข้อจำกัดของ แต่ละคนด้วย
หลักการของการจัดการโซ่อุปทาน คือการหาจุดที่เหมาะสมที่สุดภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ของโซ่อุปทาน (supply chain optimization) เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายของโซ่อุปทาน สถานะเชิงโลจิสติกส์ หรือความมีพร้อม (availability) ของทรัพยากรของโซ่อุปทานจะต้องสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ ด้วยการมีสถานะโลจิสติกส์ที่เหมาะสม คือไม่มากเกินไปและไม่น้อย เกินจนไม่สามารถตอบสนองได้ หรือที่เรียกกันว่า ทันเวลาพอดี (Just in Time : JIT)
ทรัพยากรที่กล่าวถึงนี้เป็นทรัพยากร ทุกอย่างที่เป็นองค์ประกอบในการสร้างสรรค์คุณค่าให้กับลูกค้า
ซึ่งรวมทั้งองค์ประกอบทางตรงที่อยู่ในโซ่คุณค่าและองค์ประกอบที่ทำหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการนำส่งคุณค่าสู่ลูกค้าด้วย
คอลัมน์ L&S Hub
โดย ดร.วิทยา สุหฤทดำรง อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
















Leave a comment :