Switch to: uk
24 May 2012 12:19PM

LSP ไทย รับมืออย่างไรเมื่อเปิดเสรี

29 May 08 ,  Prachachat
  • 0
การแข่งขันกันอย่างรุนแรงของผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ (logistics service provider-LSP) ระดับโลกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบริษัทผู้ให้บริการ โลจิสติกส์สัญชาติไทยแท้ๆ อย่างมาก โดยต่างชาติมองเห็นศักยภาพในการใช้ไทยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคาดว่าธุรกิจนี้จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 75.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2012

หากถึงวันที่มีการเปิดเสรีทางด้านบริการโลจิสติกส์แล้ว บริษัทผู้ให้บริการคนไทยรายเล็กจะเตรียมรับมือกันอย่างไร โดยประเด็นที่ต่างชาติมาเจรจาภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) มี 4 โหมด ได้แก่

1.การขนส่งสินค้าข้ามแดน

2.การเข้ามาใช้บริการของต่างชาติ ในประเทศไทย เช่น การเข้ามารับการรักษาพยาบาล

3.การเข้ามาลงทุนของต่างชาติในประเทศไทย

4.การเปิดให้คนที่มีความรู้ เป็นผู้เชี่ยวชาญสามารถเข้าออกไปทำงานได้โดยเสรี

ใน 4 โหมดนี้โหมดที่กระทบธุรกิจผู้ให้บริการโลจิสติกส์คนไทยมากที่สุดคือโหมด ที่ 3 การลงทุนที่จะอนุญาตให้ต่างชาติมาถือหุ้นมาลงทุนได้มากกว่า 51%

ซึ่งรายละเอียดการเจรจยังแบ่งออกเป็นอีก 4 กิจกรรม ได้แก่

1.การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

2.ศูนย์กระจายสินค้าและบริหารคลังสินค้า

3.พิธีการศุลกากร

และ 4.เป็นผู้ให้คำปรึกษาและให้บริการระบบไอที ยกตัวอย่าง การเจรจาภายใต้กรอบข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) เปิดให้ญี่ปุ่นเข้ามาให้คำปรึกษาระบบไอทีได้ จะส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งโรงงานในไทยจำนวนมากเปลี่ยนไปใช้บริการของคนญี่ปุ่นด้วยกัน

ขณะที่งานวิจัยศึกษาจากสมาชิกของสมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย 253 บริษัท ทุนจดทะเบียนรวม 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจขนส่ง ระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร 219 บริษัท ทำคลังสินค้าอย่างเดียว 8 บริษัท ทำธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ-พิธีการศุลกากร และคลังสินค้า 23 บริษัท ทำขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ-ศูนย์กระจายสินค้าและบริหารคลังสินค้า-พิธีการศุลกากร-เป็นผู้ให้คำปรึกษาและให้บริการระบบไอทีมี 2 บริษัท พบว่า จุดอ่อนของผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ถึง 87% เป็นรายย่อย ทำธุรกิจเฉพาะในด้านการขนส่งสินค้าและพิธีการศุลกากร ไม่มีศักยภาพที่จะให้บริการศูนย์กระจายสินค้าและบริหารคลังสินค้า ทำงานอย่างไม่มีแผนรองรับ การบริหารงานไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน บุคลากรขาดความรู้ความสามารถ จึงเสียโอกาสเข้าถึง เครือข่ายโลจิสติกส์ระดับสากล และเป็น ผู้ให้คำปรึกษาและให้บริการระบบไอทีไม่ได้ เนื่องจากมีปัญหาด้านเงินลงทุน เข้าไม่ถึงระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้มีศักยภาพในการแข่งขันต่ำกว่าบริษัทต่างชาติ

ภายในปี 2013 ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) หลังจากการเปิดตลาดสินค้าภายในกรอบอาฟต้าเหลือ 0% รวมเป็นตลาดเดียว ผลกระทบคือ กำลังมีข้อตกลงเปิดเสรีด้านโลจิสติกส์ให้ประเทศในอาเซียนมาลงทุนได้ 70% ถ้าประเทศไทยยอมตกลงทั้ง 4 หมวดข้างต้น พอเปิดเสรี สิงคโปร์ซึ่งเก่งเรื่อง โลจิสติกส์ มีเงินทุน มีศักยภาพ มีเทคโนโลยี มีเครือข่าย คงแห่เข้ามาลงทุนได้เต็มที่ ไม่ต้องนอมินี อนาคตผู้ให้บริการโลจิสติกส์คนไทยคงถูกกลืนหายไป

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.