Switch to: uk
24 May 2012 12:20PM

เสริมประสิทธิภาพโลจิสติกส์ SMEs ทางเลือกใหม่ในภาวะน้ำมันแพง

29 May 08 ,  Prachachat
  • 0
จากภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นตลอด โดยปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันดีเซลที่ใช้กันมากในภาคขนส่งได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนถึง 10 บาท/ลิตร และในปีนี้เพียง 5 เดือนแรก (ณ วันที่ 20 พ.ค.2551) ราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับตัวขึ้นไปอีกลิตรละ 5 บาท เป็นลิตรละ 36-37 บาท และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อเร็วๆ นี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ จัดเสวนาเรื่อง "เสริมประสิทธิภาพโลจิสติกส์ SMEs ทางเลือกใหม่ในภาวะน้ำมันแพง" ขึ้น ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด ถนนรัชดาภิเษก โดยมีวิทยากรเข้าร่วมคับคั่งดังนี้

นายมงคล พันธุมโกมล ประธาน คณะทำงานโครงการพัฒนาขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.หรือสภาอุตฯได้เข้ามาช่วยภาครัฐด้านยุทธศาสตร์การจัดการภายในองค์กร เพราะการจัดการโลจิสติกส์ไม่ใช่การขนส่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งการจัดการภายในองค์กรของภาคอุตสาหกรรม จะมีเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้าจากโรงงานหนึ่งไปยังอีกโรงงานหนึ่ง เป็นซัพพลายเชนที่ทุกคนในบริษัทต้องเกี่ยวข้องและต้องทำความเข้าใจ นี่เป็นภารกิจประการแรก

ประการที่สอง ที่สภาอุตฯเน้นเป็นพิเศษคือ การเข้าไปขจัดความสูญเสียในการผลิตให้ลดลง หรือช่วยหาทางลดสินค้าคงคลังที่มีมากเกินไป ฯลฯ ประการที่สาม ความร่วมมือกันในซัพพลายเชนเดียวกัน ที่ผ่านมามีงบประมาณจากภาครัฐผ่านกระทรวงอุตสาหกรรมมาให้จัดฝึกอบรม 9 ครั้ง จัดการฝึกปฏิบัติการในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ สิ่งทอ ยางพารา เพื่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสมาชิก ซึ่ง ส.อ.ท.ก็ตั้งเป้าไว้ขั้นต้น 25 อุตสาหกรรม

มีโลจิสติกส์ คลินิก คอยให้คำปรึกษาแนะนำสมาชิก หากมีสินค้าคงคลังมากเกินไป บางรายสต๊อกนานถึง 1 ปี ซึ่งควรมีพอใช้เพียง 1-2 เดือนก็พอ ควรจะมี KPI (key performance indicator) วัด มีสกอร์ โมเดลเทียบกับคู่แข่งระดับโลก

สำหรับการปรับกระบวนการบริหารจัดการรับกับภาวะน้ำมันแพงก็มียุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า (backhaul) ซึ่งมีความพยายามในการทำของหลายหน่วยงาน ต้องยอมรับว่าทำได้ยากเหมือนกัน

ส่วนโครงการนำร่องเพื่อการลดต้นทุนพลังงาน สภาอุตฯได้ร่วมกับกระทรวงพลังงานสร้างต้นแบบความร่วมมือของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 กลุ่มได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องปรับอากาศ มีเป้าหมายลดรถวิ่งเที่ยวเปล่าไม่ต่ำกว่า 5% ของจำนวนเส้นทาง 247 เส้นทาง

โดยมีการใช้โปรแกรม excel ทำตารางเส้นทางเพื่อจับคู่กันระหว่างสมาชิก 33 รายในเบื้องต้นจำนวน 247 เส้นทาง ความคาดหวังที่จะให้โครงการสำเร็จ ปัจจัยสำคัญ ผู้บริหารต้องเข้ามาสนับสนุน และมีความยืดหยุ่นในการปรับใช้รถเพื่อให้เกิดการขนส่งสินค้าในเที่ยวกลับ ตามแผนการจะมีการเปิดให้ธุรกิจทั่วไปเข้าร่วมในเดือนสิงหาคมนี้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกสภาอุตฯ เพราะโครงการนี้เป็นของกระทรวงพลังงาน

SCG งัด GPS ลดต้นทุน

นายภาณุมาศ ศรีสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ในเครือซิเมนต์ไทย กล่าวถึงเรื่องการบริหารระบบงานและเครือข่ายของ SCG ว่า ขอยกกรณีศึกษาการขนส่งสินค้าเซรามิกแบบ cross docking ซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้าเหมือนกัน เพียงแต่สินค้าจะค้างอยู่ไม่เกิน 24 ช.ม. สินค้าเซรามิกลูกค้า 50% อยู่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ก่อน ปี 2543 จะใช้รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 30 คันขนจากโรงงานที่ อ.หินกอง จ.สระบุรี มาส่งลูกค้าที่ วัดตะเคียน ฝั่งธนฯและฝั่งกรุงเทพฯที่ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีปัญหาลูกค้าไม่พอใจ เพราะส่งสินค้าไม่เพียงพอ ส่งสินค้าไม่ตรงสเป็กที่สั่งหรือส่งล่าช้า

ทาง SCG จึงแก้ปัญหาครั้งใหญ่ โดยให้โรงงานที่หินกองลดการจ่ายสินค้าจาก 3 กะเหลือ 2 กะ ไม่ต้องจ่ายสินค้ากะกลางคืน เพราะทำให้ส่งสินค้าผิดพลาดง่าย ใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ 4 คันส่งสินค้าจากโรงงานมายังศูนย์กระจายสินค้าของเครือ ซิเมนต์ไทยที่รังสิตวันละ 3 รอบแทน จากนั้นจะใช้รถบรรทุก 6 ล้อและรถกระบะไปรับสินค้าที่ศูนย์รังสิตประมาณตี 4 ซึ่งสามารถส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่รัชดาฯหรือ วัดตะเคียนในช่วงเช้ามืด ก่อนมีคำสั่งห้าม รถบรรทุกวิ่ง ทำให้วันหนึ่งสามารถไปรับสินค้าที่ศูนย์รังสิตได้วันละ 2 ครั้ง เจ้าของรถบรรทุกก็มีรายได้เพิ่มขึ้นและเจ้าของสินค้าไม่ถูกลูกค้าต่อว่า

กรณีศึกษาที่สอง การนำ GPS (global positioning system) พร้อมกับแผนที่และ SMS มาใช้ในการควบคุมรถบรรทุกและเรือในการขนส่งปูนซีเมนต์จากโรงงานบริษัทปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรมที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มายังท่าเรือ อ.กันตัง จ.ตรังเพื่อส่งออกให้ลูกค้าแถบตะวันออก กลาง ที่นำมาใช้เพื่อต้องการให้รถวิ่งไหลรื่นไม่ต้องไปจอดแออัด ณ จุดใดจุดหนึ่ง และเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในการวิ่งผ่านชุมชนและโรงเรียนช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หากจะวิ่งผ่านโรงเรียนช่วงชั่วโมงเร่งด่วนคือ ช่วงที่เด็กจะเข้าโรงเรียน หรือกลับบ้าน ต้องหยุดรถก่อนวิ่งถึงสถานที่ดังกล่าว 15 นาที เพื่อลดอุบัติเหตุ และก่อนถึงท่าเรือ ถ้าน้ำลง ก็ต้องหยุดรถก่อนถึง 15 นาที เพื่อไม่ให้ไปแออัดหน้าท่าเรือ รวมทั้งติด SMS เพื่อคอยสั่งการคนขับรถด้วย

โดยสรุปรถบรรทุกที่เคยวิ่งขนส่งได้ 1.54 รอบ/วัน ก็เพิ่มเป็น 1.81 รอบ/วัน ทำให้ผู้รับเหมาขนส่งมีกำไรเพิ่มขึ้น 6.56 ล้านบาท/ปี และทางเครือซิเมนต์ไทยลดต้นทุนค่าขนส่งได้ 24.9 ล้านบาท/ปี

"พรีแพคฯ" ลดรถเที่ยวเปล่าได้ 90%

นายภราดร จุลชาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีแพคประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงการปรับปรุงกระบวนการขนส่งใหม่เพื่อลดต้นทุนว่า บริษัทมีโรงงานผลิตถุงพลาสติกที่ จ.สมุทรสงคราม รับซื้อเม็ดพลาสติกจากโรงงานดาวน์ เคมีคัลที่ระยอง มาผลิตถุงพลาสติกขาย และอีกส่วนหนึ่งรับจ้างผลิตถุงจากดาวน์ เคมีคัล อีกส่วนหนึ่งรับซื้อเม็ดพลาสติกจากเอเย่นต์มาผลิตถุง

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ รถที่มาส่งวัตถุดิบจะตีรถเปล่ากลับทั้งสิ้น เกิดความสูญเสียต้นทุนการขนส่งไม่ลดลง จึงได้แก้ปัญหาร่วมกันกับคู่ค้าและผู้รับเหมาขนส่ง โดยรถที่ขนเม็ดพลาสติกจากระยองมาโรงงานที่สมุทรสงคราม ขากลับต้องขนถุงพลาสติกกลับไปส่งดาวน์ เคมีคัลหรือลูกค้าที่ระยองด้วย ขณะเดียวกันกับที่ซื้อเม็ดพลาสติกจากเอเย่นต์รายใด บริษัทจะใช้รถเที่ยวกลับขนถุงพลาสติกไปส่งลูกค้าในแถบนั้นด้วย ทำให้ลดปัญหารถเที่ยวเปล่าได้ถึง 90% ขณะเดียวกันแกนถุงพลาสติกที่ส่งไป ก็ให้ผู้รับเหมาขนส่งนำไปรวบรวมก่อน ส่งกลับมาที่โรงงานเพื่อนำไปใช้ใหม่ต่อไป ทำให้ช่วยลดต้นทุนได้มาก

You must be a registered user to comment. Click here to register.

Already a user? Click here to login.