Switch to: uk
06 February 2012 06:59AM

ความคืบหน้าการเชื่อมโยงข้อมูล National Single Window

21 Jul 10 ,  Editorial
  • 0

ผศ.ดร. สมนึก คีรีโต
ผอ.สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

National Single Window (NSW) เป็นระบบจัดการเอกสารของประเทศที่จะอำนวยความสะดวกเรื่องการนำเข้าส่งออกระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานของภาครัฐเข้าร่วมความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีกรมศุลกากรเป็นเจ้าภาพหลัก ในการประสานงานจัดทำแผนในส่วนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สัมพันธ์กับข้อตกลงความร่วมมือกับอาเซียนในกรอบที่เรียกว่า ASEAN Single Window


ที่ผ่านมาภาครัฐได้มีการพัฒนาระบบให้มีความก้าวหน้ารวดเร็วขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากข้อมูลของธนาคารโลกในปี 2550 ที่ได้มีการสำรวจระยะเวลาในการเดินเอกสารด้านโลจิสติกส์จาก 184 ประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 115 แต่หลังจากที่ประเทศไทยเริ่มหันมาใช้ระบบ NSW และทางกรมศุลกากรได้เปลี่ยนจากระบบอีดีไอ (EDI) มาเป็นระบบศุลกากรแบบไร้เอกสาร (paperless) ทำให้ขั้นตอนใบขนศุลกากรทั้งนำเข้าและส่งออก และการตรวจปล่อยเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น เป็นผลให้ประเทศไทยสามารถลดเวลาการเดินเอกสารจากเดิม 25 วันเป็น 14 วันจากการสำรวจของธนาคารโลกในปีนี้


ในปัจจุบัน โลกยุคใหม่ได้กลายมาเป็นโลกแห่งความเร็ว (Economy of speed) ความรวดเร็วในการดำเนินงานจึงมีส่วนทำให้การค้าของไทยดีขึ้น นอกจากการดำเนินการของกรมศุลกากร ยังมีอีกอย่างน้อย 6 หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีอีก 12 กรมที่ได้รับงบประมาณจากกระทรวงไอซีทีถึง 200 ล้านบาทในการพัฒนาระบบหลังบ้านของแต่ละกรมและพัฒนาส่วนเชื่อมโยงของกรมศุลกากรในปีนี้ จะเห็นได้ว่า หน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ต่างเร่งพัฒนาระบบออกใบอนุญาตส่งออกและนำเข้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกรมศุลกากร เพื่อให้มีขั้นตอนการทำงานที่รวดเร็วขึ้น


นอกจากนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ภายในท่าเรือที่เรียกว่า โครงการอิเล็กทรอนิกส์พอร์ต (E-Port) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่บริษัทสายเรือ ผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการที่ท่าเทียบเรือ หรือผู้ให้บริการขนส่ง เนื่องจากทำให้การจัดการเอกสาร ตู้คอนเทนเนอร์ การจัดเตรียมขนตู้คอนเทนเนอร์ลงเรือ หรือการขนส่งผ่านประตูมายังท่าเรือ มีความสะดวกรวดเร็วขึ้น


สำหรับโครงการในอนาคตคือ ประตูตรวจสอบอัตโนมัติที่จะช่วยให้ขั้นตอนการขนส่งสินค้าผ่านประตูทางเข้าออก ไม่ว่าที่ท่าเรือคลองเตยหรือท่าเรือแหลมฉบัง จะเป็นไปในระบบอัติโนมัติ ทำให้มีความรวดเร็วและแน่นอน สามารถตรวจสอบได้ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับภาคการขนส่ง การนำเข้าส่งออก และของภาครัฐอย่างมาก ซึ่งถ้าสามารถเชื่อมต่อกับระบบ NSW ได้หมดแล้ว จะทำให้ขั้นตอนการค้าระหว่างประเทศของไทย การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการเพิ่มความพร้อมในการเชื่อมต่อกับกลุ่มประเทศของอาเซียนในโครงการแลกเปลี่ยนของอาเซียน ASEAN Single Entry และเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอีกด้วย

Leave a comment :