คุณศิริพงศ์ โพธลักษณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการผลิต 3 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย (จังหวัดระยอง, ฉะเชิงเทรา, กรุงเทพฯ) เปิดเผยเรื่องแนวทางการปฏิบัติของโตโยต้าแบบลีน (Toyota Way) ไปใช้ได้จริง
คุณศิริพงศ์ โพธลักษณ์ อธิบายโดยการเปรียบเทียบลีนกับร่างกายของเราว่า คนที่อยากลดน้ำหนัก ต้องคิดหาวิธีที่จะทำให้ตนเองผอม ต้องออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมใดบ้าง แล้วจึงลองไปปฏิบัติ ติดตามผลว่า วิธีนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ เช่นเดียวกับองค์กร เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามา จะมีวิธีการอย่างไรในการฝึกให้พนักงานมีแนวคิดแบบลีน
การจะทำให้พนักงานมีนิสัยที่เป็นลีน อาจจะเริ่มได้จากการเริ่มให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งองค์กรสามารถทำออกมาได้ในรูปแบบของ suggestion idea หรือการประกวดแนวคิด (idea contest) ภายในองค์กร เมื่อพนักงานรู้จักที่จะฝึกคิดแล้ว สิ่งที่ทำต่อมาคือ การฝึกปฎิบัติเพื่อนำไปใช้จริง แล้วคอยติดตามผลการปฎิบัตินั้นว่า ประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งทางองค์กรอาจเพิ่มแรงจูงใจ (motivation) หรือการบังคับให้เป็นลีน (lean enforcement) โดยการมอบรางวัลเมื่อมีผลงานที่ดี เมื่อมีการปฎิบัติแบบลีนอยู่เป็นประจำ ก็จะทำให้พนักงานนั้นกลายเป็นบุคคลที่มีวัฒนธรรมลีนอยู่ในตัวเอง
อย่างไรก็ตาม พนักงานจะไม่สามารถมีนิสัยเป็นลีนได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรให้พวกเขาแสดงความสามารถ การทำให้เป็นลีนจึงต้องเริ่มจากองค์กร ไม่เช่นนั้น แนวคิดเรื่องการพัฒนาให้เป็นลีนก็จะกลายเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น
สำหรับเรื่องลีนกับโตโยต้า หรือ Toyota Way เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็สามารถนำไปปฎิบัติและทำให้สำเร็จได้ คุณศิริพงศ์ โพธลักษณ์ มองว่า สิ่งที่สำคัญคือ องค์กรนั้นต้องมีมุมมองในเรื่องของความท้าทาย (Challenge) มีความมุ่งมั่นที่อยากจะกลายเป็นอันดับหนึ่งของตลาด มีความต้องการที่จะลดต้นทุนภายในองค์กร และมีกำไรสูงสุด เป็นต้น องค์กรที่มีตั้งเป้าเหล่านี้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าองค์กรที่ไม่มีการตั้งเป้าเลย เรียกว่า เป็นวิถีความท้าทายในการทำความฝัน หรือเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ ซึ่งเป้าหมายนั้นคงจะไม่ได้มาง่ายๆ หากไม่มีการนำไปปรับปรุง อย่างที่เราเรียกว่า วิถีของการไคเซน (KAISEN) และเมื่อมีการนำไปปฎิบัติปรับปรุงเป็นประจำแล้ว จะนำไปสู่ best practices (แนวทางปฎิบัติอันดีเลิศ) โดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับคนที่อยากลดน้ำหนัก คนนั้นก็จะรู้วิธีที่ลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับตัวเค้าเอง บริษัทผู้ให้คำปรึกษาก็เทียบได้กับหมอลดน้ำหนัก สามารถบอกได้ว่า ควรต้องปรับปรุงอย่างไรบ้าง เหมือนกับการกำจัดไขมันออกไปชั่วคราว ไม่ได้หมายความว่า คนนั้นจะผอมตลอดไป หากไม่มีแนวทางการปฎิบัติไม่ให้กลับมาอ้วนอีก
ดังนั้น การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน มีความท้าทายที่อยากจะประสบความสำเร็จ แล้วนำไปปฎิบัติให้เกิดเป็นนิสัย เช่นเดียวกับแนวคิดในศาสนาพุทธที่สอนว่า “เมื่อเรารู้ แล้วเรานำไปปฎิบัติ การปฎิบัติบ่อยๆ ก็จะลึกซึ้ง และบรรลุเป็นลำดับ” เพราะฉะนั้นองค์กรควรที่จะเริ่มจะการฝึกปฎิบัติตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปิดไฟเพื่อการลดต้นทุน ต้องฝึกทำให้เป็นนิสัย ไม่ใช่ทำเฉพาะโครงการใหญ่ๆ ไม่อย่างนั้นองค์กรจะเป็นลีนไม่ได้
















You must be a registered user to comment. Click here to register.
Already a user? Click here to login.